Join MultiplyOpen a Free ShopSign InHelp
MultiplyLogo
SEARCH

เรื่องเล่าจากนักเดินทาง

พูดไป บ่นไป

Blog EntrySep 6, '10 9:08 PM
for everyone

เปิดวิทยุออนไลท์เจอ ชอบเลยแบ่งบัน 

สำนวนไทย "ใครจะไปรู้" ถ้าจะแปลเป็นภาษาอังกฤษน่าจะได้เป็นสำนวนที่ว่า "Who'd have known?" ซึ่งย่อมาจากประโยคที่ว่า "Who would have known?" เพลงนี้คือ single ล่าสุดของ Lily Allen ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เพิ่งจะพบรักกับชายหนุ่ม แต่เธอไม่แน่ใจว่าความสัมพันธ์ของเธอกับเขาคืออะไรกันแน่? แต่ในใจของเธอนั้น เธอรู้สึกแปลกๆ เธอเลยถามตัวเองว่า Who'd have known ?? ใครจะไปรู้ว่าในที่สุดจะเธอตกหลุมรักชายคนนั้น โดยรวมแล้วก็น่ารักดี น่ารักกว่าเพลงเก่าของ Lily ที่มีชื่อว่า F**k You เยอะ :)


It's 5 o' clock in the morning,
ตอนนี้เป็นเวลาตีห้า
Conversation got boring,
บทสนทนาเริ่มจะน่าเบื่อ
You said you're going to bed soon,
คุณบอกว่าคุณจะเข้านอนในเร็วๆนี้
So I snuck off to your bedroom,
ฉันจึงแอบเข้าไปในห้องนอนของคุณ
And I thought I'd just wait there,
และฉันคิดว่าฉันจะรออยู่ที่นั่น
Until I heard you come up the stairs,
จนกว่าฉันจะได้ยินเสียงฝีเท้าตอนคุณเดินขึ้นบันไดมา
And I pretended I was sleeping,
และฉันทำเป็นว่าฉันกำลังนอนหลับอยู่
And I was hoping you would creep in with me.
และฉันก็หวังว่าคุณจะค่อยๆคลานมาร่วมเตียงกับฉัน

You put your arm around my shoulder,
คุณโอบไหล่ฉันเอาไว้
It was as if the room got colder,
รู้สึกเหมือนว่าอุณหภูมิในห้องนี้เย็นลง
And we moved closer in together,
และเราสองคนก็ขยับเข้ามาชิดกันมากขึ้น
And started talking about the weather,
และเริ่มพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ
You said tomorrow would be fun,
คุณบอกว่าพรุ่งนี้น่าจะสนุก
And we could watch A Place In The Sun,
และเราสองคนสามารถนั่งดูหนังเรื่อง อะ เพลส อิน เดอะ ซัน
I didn't know where this was going,
ฉันไม่รู้ว่าเรื่องราวของเราสองคนจะไปถึงไหน
When you kissed me.
เวลาที่คุณจูบฉัน

Are you mine? Are you mine?
คุณเป็นของฉันหรือไม่? คุณเป็นของฉันหรือไม่?
Cos I stay here all the time,
เพราะตัวฉันเองอยู่ที่นี่ตลอดเวลา
Watching telly, Drinking wine,
ดูโทรทัศน์ ดื่มไวน์
Who'd have known, Who'd have known,
ใครจะไปรู้ ใครจะไปรู้
When you flash up on my phone,
เมื่อใบหน้าของคุณปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของฉัน
I no longer feel alone,
ฉันไม่รู้สึกเหงาอีกต่อไป
No longer feel alone.
ไม่รู้สึกเหงาอีกต่อไป

I haven't left you for days now,
ฉันไม่ได้จากกับคุณเป็นเวลาหลายวันแล้ว
And I'm becoming amazed how,
และฉันเริ่มรู้สึกประหลาดใจว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
You're quite affectionate in public,
คุณเป็นคนน่ารักเวลาอยู่ในที่สาธารณะ
In fact your friend said it made her feel sick,
อันที่จริงแล้ว เพื่อนของฉันบอกว่านั่นทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้
And even though it's moving forward,
และถึงแม้ว่ามันจะก้าวหน้าไปเรื่อยๆ
There's just the right amount of awkward,
แต่มันก็ยังมีความเขินอายอยู่บ้าง
And today you accidentally,
และวันนี้ คุณก็เผลอ
Called me baby.
เรียกฉันว่า ที่รัก

Are you mine? Are you mine?
คุณเป็นของฉันหรือไม่? คุณเป็นของฉันหรือไม่?
Cos I stay here all the time,
เพราะตัวฉันเองอยู่ที่นี่ตลอดเวลา
Watching telly, Drinking wine,
ดูโทรทัศน์ ดื่มไวน์
Who'd have known, Who'd have known,
ใครจะไปรู้ ใครจะไปรู้
When you flash up on my phone,
เมื่อใบหน้าของคุณปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของฉัน
I no longer feel alone,
ฉันไม่รู้สึกเหงาอีกต่อไป

Let's just stay, Let's just stay,
เราอยู่ด้วยกันเถอะ เราอยู่ด้วยกันเถอะ
I wanna lie in bed all day,
ฉันอยากนอนเฉยๆอยู่บนเตียงทั้งวัน
We'll be laughing all the way,
เราจะได้หัวเราะตลอดเวลา
You told your friends,
คุณบอกเพื่อนๆของคุณ
They all know,
พวกเขาทุกคนรู้กันหมด
That we exist but we're taking it slow,
ว่าเรายังอยู่ด้วยกัน เพียงแต่เราค่อยๆศึกษาดูใจกันไปเรื่อยๆ
Let's just see how we go,
มาดูกันว่าเราจะลงเอยอย่างไร
Now let's see how we go.
ทีนี้มาดูกันว่าเราจะลงเอยอย่างไร

Credit by Andrew Biggs

http://www.virginradiothailand.com/eazy/event/andrew/?id=2430

Attachment: Who_d Have Known -.wma

Blog EntryDec 23, '08 1:02 PM
for everyone

ผู้ชายเพอร์เฟคสำหรับผู้หญิงที่มีอายุ 15-22 ปี
1. หล่อ
2. มีเสน่ห์
3. ฐานะการเงินดี
4. เป็นนักฟังที่ดี
5. ฉลาด
6. หุ่นดี
7. แต่งตัวดี
8. ละเอียดอ่อน ประณีต พิถีพิถัน
9. มีความกระตือรือร้น
10. เป็นคู่รักโรแมนติก เป็นชายในฝัน



ผู้ชายเพอร์เฟคสำหรับผู้หญิงที่มีอายุ 23-42 ปี

1. หน้าตาดูไม่อุบาทว์ ถึงหัวล้านก็ไม่เป็นไร
2. อย่าขับรถออกไปก่อนที่เราจะเข้าไปนั่งในรถ
3. รู้จักผงกหัวรับในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่เราพูดบ้างก็พอ
4. มีหน้าที่การงานดีพอที่จะพาเราไปเลี้ยงข้าวในฟาสต์ฟูดใกล้ๆได้
5. รู้จักจำเรื่องตลกๆ มาเล่าบ้าง
6. สุขภาพแข็งแรงพอที่จะเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ในบ้านได้
7. มักสวมเสื้อผ้าปกคลุมพุงไว้มิดชิด
8. ไม่พูดถึงรูปลักษณะที่ร่วงโรยของวัยให้เราสะเทือนใจ พิถีพิถัน
9. ออกจากห้องน้ำโดยดึงฝารองชักโครกลงด้วย
10. รู้จักโกนหนวดโกนเคราตัวเองบ้างสัปดาห์ละครั้งก็ยังดี



ผู้ชายเพอร์เฟคสำหรับผู้หญิงที่มีอายุ 43-52 ปี

1. รู้จักดูแลจมูกตัวเอง อย่าให้ยาวยื่นออกมามากนัก
2. อย่าเรอ อย่าผายลม หรือเกาตูดในที่สาธารณะ
3. อย่ายืมเงินชาวบ้านบ่อยนัก
4. อย่าสัปหงกในขณะที่เราโกรธ
5. อย่าเล่าเรื่องโจ๊กซ้ำๆ ให้เล่าฟังถี่นัก
6. อย่าขี้เกียจอาบน้ำมากนัก
7. รู้จักสวมถุงเท้าสีเดียวกันทั้งสองข้างบ้าง
8. ทานอาหารเย็นหน้าจอทีวีด้วยกันได้
9. จำชื่อเราได้ในวาระที่เหมาะสม
10. รู้จักไปตัดผม โกนหนวดเองโดยที่เราไม่ต้องบอก



ผู้ชายเพอร์เฟคสำหรับผู้หญิงที่มีอายุ 53-62 ปี

1. อย่าตะคอกเด็กๆ
2. จำได้ว่าห้องน้ำอยู่ที่ไหน
3. ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยนัก
4. เวลาตื่นนอนช่วยกรนเบาๆ หน่อย เวลาหลับก็กรนดังอยู่แล้ว ให้เราได้พักหูบ้าง
5. พอจำวันเดือนปีได้
6. รูปร่างพอดูได้ ถ้าเขายืนเองได้
7. ยังสวมเสื้อผ้าบางชิ้นได้
8. ชอบอาหารอ่อน
9. พอจำได้ว่าวางฟันปลอมตัวเองไว้ที่ไหน
10. จำได้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ เช่น กำลังหัวเราะเรื่องอะไร



ผู้ชายเพอร์เฟคสำหรับผู้หญิงที่มีอายุ 72 ปี

1. ยังหายใจอยู่ก็พอ


     เคยสงสัยไม๊ ว่าการที่คุณอยู่ไม่ติดบ้าน
หมายความว่าคุณเป็นคนขี้เหงาหรือเปล่า
หากไม่แน่ใจเชิญพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองสิ

 

     1.คุณชอบไปชมภาพยนตร์คนเดียว
ใช่ไปที่ข้อ 2
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 6

     2.ชอบความครื้นเครงสนุกสนาน
ใช่ไปที่ข้อ 7
ไม่ใช่ไปที่ข้อ3

     3.ชอบเขียนจดหมายถึงเพื่อน
ใช่ไปที่ข้อ 8
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 4

     4.ชอบไปไหนมาไหนเพียงคนเดียว
ใช่ไปที่ข้อ 5
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 9

     5.ชอบทานข้าวคนเดียว
ใช่ไปที่ข้อ 10
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 9

     6.เมื่อไปทานข้าวนอกบ้านต้องมีคนเป็นเพื่อน
ใช่ไปที่ข้อ 11
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 7

     7.ไม่มีเพื่อนที่รู้ใจ
ใช่ไปที่ข้อ 12
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 8

     8.เมื่ออารมณ์ไม่ดีมักจะไปหาเพื่อน
ใช่ไปที่ข้อ 13
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 9

     9.ชอบพูดคุยเล่นทางโทรศัพท์
ใช่ไปที่ข้อ 14
ไม่ใช่ไปที่ข้อ10

     10.ชอบเดินเล่นคลายกลุ้มคนเดียว
ใช่ไปที่ข้อ 15
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 14

 

     11.ชอบนั่งคิดคนเดียว
ใช่ไปที่ข้อ 12
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 16

     12.ต้องการความรู้สึกปลอดภัยมาก
ใช่ไปที่ข้อ 17
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 13

     13.มีของดี ๆ ต้องแบ่งกัน
ใช่ไปที่ข้อ 18
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 14

     14.หวังอยากให้ฝ่ายตรงข้ามสนใจคุณ
ใช่ไปที่ข้อ 18
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 19

     15.เบื่อหน่ายเพื่อนที่มารบกวนถึงบ้าน
ใช่ไปที่ข้อ 20
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 19

     16.เรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กต่าง ๆ ต้องหาเพื่อน
ใช่ไปที่ข้อ A
ไม่ใช่ไปที่ข้อ17

     17.คิดจะไปหาเพื่อนก็กลัวถูกปฎิเสธ
ใช่ไปที่ข้อ B
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 18

     18.ต้องพบหน้าเพื่อนทุกวัน
ใช่ไปที่ข้อ B
ไม่ใช่ไปที่ข้อ C

     19.พยายามที่จะไม่ไปรบกวนผู้อื่น
ใช่ไปที่ข้อ 20
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 18

     20.ไม่ยืมเงินผู้อื่นโดยเด็ดขาด
ใช่ไปที่ข้อD
ไม่ใช่ไปที่ข้อ A

 

     A.ประเภทพึ่งพาอาศัย
คุณชอบไปไหนมาไหนกับเพื่อน ไม่ว่าจะไปชมภาพยนต์หรือไปชอปปิ้ง
คุณต่างชอบให้มีใครอยู่เป็นเพื่อนคุณ
โดยเฉพาะในขณะที่อารมณืคุณดีหรือไม่ดี คุณยิ่งต้องการให้เพื่อน ๆ
อยู่ข้าง ๆ โดยปกติคุณจะเป็นคนที่ไม่รู้สึก
ว่าต้องพึ่งพาอาศัยเพื่อน เพียงแต่มีความรู้สึกว่า ตนเองเป็นคนโชคดี
ที่มีเพื่อนดี ๆ มากมายเช่นนี้ แต่ถ้าวันใดที่คุณทะเลาะกับเพื่อน
หรือติดธุระไปไหนกับเพื่อนไม่ได้ คุณจะรู้สึก โดดเดี่ยว
เงียบเหงาอย่างยิ่ง
ขณะนี้คุณจึงยอมรับว่าคุณเป็นประเภทพึ่งพาอาศัยเพื่อน

 

     B.ประเภทเปล่าเปลี่ยวใจ
ความเปล่าเปลี่ยวใจคือโรคจิตของคุณชนิดหนึ่ง
และคือโรคประจำตัวของคุณ
ภายในใจของคุณกลัวถูกเพื่อน ๆ หรือ หมู่คณะทอดทิ้งด้วยเหตุนี้
คุณจึงพยายามรักษาสัมพันธ์ที่ดีกับทุก ๆ คน
ไม่กล้าทำให้ผู้อื่นโกรธเคือง เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนี้
อาจเป็นเพราะว่าคุณขาดความเชื่อมั่นในตนเอง
เพราะฉะนั้นจึงต้องการให้ผู้อื่นให้ความมั่นใจแก่คุณ
ด้วยเหตุนี้แม้ความเคลื่อนไหวบางอย่าง ที่คุณไม่ชื่นชอบ
แต่คุณก็ต้องจำใจเข้าร่วม มิเช่นนั้น
คุณก็จะเกิดความรู้สึกไม่สบายใจ
ทางด้านมนุษยสัมพันธ์ อาจกล่าวว่า คุณไม่มีความรู้สึกปลอดภัย
และเป็นคนไม่มีบุคลิกภาพ

 

     C.ประเภทระบายความในใจ
ในชีวิตแห่งความเป็นจริงคุณมีอิสระมาก
แต่ว่าทางด้านจิตใจคุณยังต้องการความสนับสนุนจากเพื่อน
ปกติอยู่คนเดียวคุณจะไม่รู้สึกเหงา การเคลื่อนไหวก็อิสระ
ไม่ได้พบหน้าเพื่อนที่ดีเดือนสองเดือน ก็ไม่รู้สึกเงียบเหงา
แต่พวกคุณยังคงรักใคร่สนิทสนมกันเหมือนเดิม
บางครั้งมีธุระหรือไม่สบายใจ พวกคุณก็นัดพบปะพูดคุยกัน
ถ้าหากอยู่ งกันไม่สะดวกในการนัดพบ
ก็ติดต่อกันทางโทรศัพท์หรือจดหมาย
แม้ว่าจะไม่ได้พบหน้ากันแต่พลังจิต
ที่ได้รับอาจได้มากกว่าพบหน้ากันทุกวัน
คุณจึงไม่ต้องอยู่กับเพื่อนคุณทุกวัน
รูปแบบของการพบเพื่อนประเภทคุณคือ ต่างคนต่างอยู่แต่จิตใจทะลุถึงกัน
คือคนประเภทระบายความในใจ

 

    D.ประเภทอิสระเสรี
คุณคือแบบอย่างของคนใจเพชร คุณไม่ชอบให้ผู้อื่นติดสอยห้อยตาม
คุณคือคนปิดตัวเอง คุณไม่เอ่ยปาก ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนง่าย
กล่าวทางด้านจิตใจของคุณ คุณมักจะรู้สึกการเป็นหนี้บุญคุณ
เป็นการที่เสียใจมาก และเป็นการลดคุณค่าของตัวเองให้ต่ำลง
ผู้คนที่ไม่เข้าใจคุณจะคิดว่า คุณเป็นคนมีนิสัยสันโดษ
และเอาแต่ใจตัวเอง แต่ผู้คนที่เข้าใกล้คุณมักจะชมเชย
ความเด็ดเดี่ยวของคุณ นิสัยและชีวิตของคุณมีเสน่ห์รัดรึงใจมาก

 

ลองเล่นกันดูนะ เผื่อตรง

ของคนโพส ได้ ข้อ D ก็ตรงอยู่ อิอิ


Blog EntryJul 3, '08 6:39 PM
for everyone
     55555  พอฟังเสร็จต้องหัวเราะกันเป็นแถว เพราะใครที่รู้จักธนพัตดี ต้องไม่มีใครจะเชื่อ น้ำหน้าอย่าง ธนพัต ถ้ารู้จักกันจริงใครๆ ก็ต้องพูดว่า ตรีมันจะจบรึรึป่าวนะ แต่แล้วข้าพเจ้าก็จบนะคับ พี่น้องคับ จบพร้อมเพื่อนร่วมรุ่นด้วย สี่ปีพอดิบพอดีเลยคับ ไม่ขาดไม่เกิน (แบบว่าภูมิใจมั้ก ^_^) 
     ก็จะไม่ภูมิใจได้ไงอะ เล่นโดดเรียนเป็นว่าเล่น ไม่แข่งกีฬาให้มหาลัย ก็โดดไปทำงานให้เฮียใช้ เรียกได้ว่าเรียนเป็นงานอดิเรก ว่างค่อยไป อยากให้มีเหตุเชี่ยวนะ "ธนพัตพร้อมโดดค่ะ 55555"  จนหนามเตยให้คำขวัญประจำตัวว่า
"เรียนไม่มา กีฬาไม่ขาด" 
     ตอนฝึกงานนี่ก็อีกจำได้แม่นเลย ป๊าต็อบเห็นออนเอ็มยันเช้าเกือบอาทิตย์ ทนไม่ไหวมั้งมันเลยว่า "หมีฝึกงานภาษาไรวะ ถึงได้ออนเอ็มยันเช้าทุกคืนเลย"  
     ไอ้เราก็คนตรงเน้อ
"ตอนนี้อยู่บ้านวะ กลับมาช่วยเฮียใช้"
    
"ไอ้บ้า มึงนี่ เอาจนหยาดหยดสุดท้ายของการเรียนเลยนะ แล้วนี่มึงจะจบไหมวะเนี่ย"
    
(มันเลยให้พรเลย -_-" ก็น่าละนะ ทำตัวน่าด่าเองนี่) 
     ท้ายสุดข้าพเจ้าก็สำเร็จ ถึงคะแนนขี้เหร่ แต่ก็รับปริญญาพร้อมเพื่อนๆ นะจ๊ะ แต่นี้ใครฟัง ก็อึ่งแล้ว ตบท้ายด้วยว่า "มันก็เอาของมันจนจบได้อะนะ 55555" (ไมวะ แปลกมากไง @_@)
    
จบแล้วไอ้เราก็นึกว่าหมดเคราะห์หมดโศก ที่ไหนได้คำสั่งเบื้องบนจากเฮียใช้ ให้เรียนต่ออีก "โอ้ว พระเจ้า!!!"  ไม่เคยคิดไม่เคยฝันว่าจะเรียนต่อ จะเรียนที่ไหนละ หาที่เรียนได้ไหมวะนั่น เกรดก็ไม่ดี จะเรียนตรงไหนได้บ้างงง (เครียดเว้ยยยยย >_<")
     และแล้วก็มีหลายๆ คน แนะนำให้เรียนราม เพราะเรียนเสาร์ อาทิตย์ สามารถทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยได้ ไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง "รามเหรอ โอ้ววว ราม ก็ดีเหมือนกันนะ เด็กรามเท่จะตาย ครุฑก็สวย ดีกรีก็ดี บอกใครว่าจบรามงี้ ยืดเชี่ยว หุหุ" (เริ่มฝันหวานละ ยังเข้าไม่ได้เลย *-*)
     เริ่มต้นก็แย่ละ ตอนสอบสัมภาษ เข้านั่งไปที่โต๊ะสอบสัมภาษตรงหน้าอาจารย์ปั๊บ ก็โดนว่าเลยเรา คุณแต่งกายไม่เรียบร้อยนะ ต้องใส่สูทอย่างคนที่นั่งต่อจากเรา (พระเจ้า!!! ฤกษ์ไม่ดีแล้ว จะติดไหมวะเนี่ย -_-")
     คำถามแรกทำไมถึงเรียนต่อ "ป๊าอยากให้เรียนค่ะ" (บ้าดิ นั่นมันคำตอบในใจหรอก #_#) ตอบงั้นกลับบ้านเลย คำถามอื่นไม่ต้องแล้ว  แต่จะให้ตอบคำถามดีๆ เหมือนคนอื่นก็ไม่ใช่ธนพัตดิ คำถามเกี่ยวกับการเงินตอบไม่ได้สักข้อ จนอาจารย์อ่อนใจ 
     กลับมาบ้านเล่าเรื่องการสอบสัมภาษ ให้เฮียใช้กะเจ็แจ๋วฟัง ให้พรกลับมาเลยทีเดียว
    
"มึงมันกวนส้นตีน ดูตอบแต่ละข้อดิ น่าให้เข้าเรียนทั้งนั้นเลย สอบไม่ติดแน่เลย ถ้าไม่ติดที่นี่ค่อยหาที่เรียนใหม่ ไงก็ต้องเรียน"
     (อ่าว ไอ้เราก็คิดว่ารอดแล้วซะอีก -_-")
     พอดูรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าเรียน ดันมีชื่อในนั้นด้วยอีก  งงเลยดิคับพี่น้องคับ แสดงว่าอาจารย์ต้องชอบคนตรงๆ ไม่ก็เห็นเศษเสี้ยวอะไรดีๆในตัวเราละหน่าาา (หลงตัวเองไปป่าวหว่าววว ไม่หรอกเน้อ ^_^)
     ทำเพื่อนๆ อึ่งยกกำลังสองคับ จบตรีแล้วต่อโทเลย ชอบจังเวลาเห็นหน้าใคร อึ่งหลังจากฟังเราพูดแล้วอะ ฮาแตกดี 55555 ^_^ 

 1. อย่าขับรถเร็วเกินที่เทวดาประจำตัวของคุณบินทันเป็นอันขาด
 2. การแก้แค้นไม่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเหมือนกับดื่มน้ำทะเลเวลาหิวน้ำนั่นแหละ 
 3. ความหมายของความสุขขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณอยากให้มันเป็น 
 4. 'อย่ากลัวความฝันของคุณ: มันง่ายกว่าที่คิด' 
 5. นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ทุกๆ 4 คนจะมีคนหนึ่งที่สติเพี้ยน ๆ ลองเช็ค  เพื่อนคุณสัก 3 คนสิ ถ้าทุกคนปกติดีก็คุณน่ะ แหละ 
 6. แบ่งปันรอยยิ้มของคุณให้กับทุกคน แต่ให้เก็บจุมพิตให้กับคนเพียงคนเดียว
 7. น้ำตาจะให้คุณ ก็แค่ความเห็นอกเห็นใจ แต่เหงื่อจะทำให้คุณประสบความ  สำเร็จ
 8. สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตนี้ไม่ใช่วัตถุ

 9. การออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับ จิตใจคือการก้มลงแล้วช่วยคนอื่นให้ลุกขึ้น

10. คน ๆ หนึ่ง อาจทำอะไรผิดพลาดได้หลายอย่าง แต่มันจะกลายเป็นความพ่ายแพ้ไปจริง ๆ เมื่อเขาเริ่มโยนความผิดไปให้คนอื่น

11. เรารู้สึกดีที่มีความสำคัญ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ เป็นคนดี 

12. มีแต่ปลาตายที่ลอยตามน้ำ

13. คุณค่าของคน ๆ หนี่งบอกได้จากวิธี ที่เขาปฏิบัติต่อคนที่เขาไม่ต้องการ

14. เงยหน้าขึ้นรับแสงตะวัน แล้วคุณจะไม่มีวันพบกับเงามืด

15. คนอ่อนแอเท่านั้นที่ให้อภัยกับใครไม่เป็น  การให้อภัยเป็นคุณสมบัติของผู้เข้มแข็ง

16. ในโลกนี้ไม่มีคนแปลกหน้าสำหรับเรา มีแต่เพื่อนที่เรายังไม่ได้พบเท่านั้น 

17. เมื่อคุณพูดความจริง คุณไม่จำเป็นต้องไปนั่งจำอะไรทั้งนั้น 

18. เด็ก ๆ ต้องการความรักมากที่สุดเมื่อพวกเขาทำตัวไม่น่ารัก 

19. คำว่า listen (ฟัง) นั้นใช้ตัวอักษรชุดเดียวกับคำว่า silent ( เงียบ)


ง่ายที่จะ...ตัดสินความผิดพลาดของคนอื่น
ยากที่จะ...สำนึกถึงความผิดของตนเอง

ง่ายที่จะ...พูดโดยไม่คิด
ยากที่จะ...ไม่พูด

ง่ายที่จะ...ทำร้ายคนที่รักเรา
ยากที่จะ...เยียวยาบาดแผลที่เราทำไว้กับเขา

ง่ายที่จะ...อภัยให้คนอื่น
ยากที่จะ...ขอให้คนอื่นอภัยให้

ง่ายที่จะ...ตั้งกฎเกณฑ์
ยากที่จะ...ทำตามกฎนั้น

ง่ายที่จะ...ฝันทุกค่ำคืน
ยากที่จะ...สู้เพื่อฝันนั้น

ง่ายที่จะ. ...อวดความสำเร็จ
ยากที่จะ...ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างมีศักดิ์ศรี

ง่ายที่จะ...ชื่นชมความงามของดวงจันทร์
ยากที่จะ...เห็นอีกด้านของมันที่ไม่สวยงามนัก

ง่ายที่จะ...สะดุดหกล้ม
ยากที่จะ...ลุกขึ้นมาใหม่

ง่ายที่จะ...มีความสุขในทุกวัน
ยากที่จะ...เห็นคุณค่าที่แท้จริงของความสุขนั้น

ง่ายที่จะ...สัญญากับใคร ๆ
ยากที่จะ...ทำตามสัญญานั้น

ง่ายที่จะ...บอกว่ารัก
ยากที่จะ...แสดงความรักนั้น

ง่ายที่จะ...วิจารณ์คนอื่น
ยากที่จะ...ปรับปรุงตนเอง

ง่ายที่จะ...ทำผิด
ยากที่จะ...เรียนรู้จากความผิดนั้น

ง่ายที่จะ...ทุกข์ทรมานเพราะสูญเสียความรัก
ยากที่จะ...รักษารักนั้นเพื่อที่จะไม่ต้องสูญเสียมันไป

ง่ายที่จะ...คิดที่จะปรับปรุง
ยากที่จะ...เลิกคิด แล้วทำให้มันเกิดขึ้นจริงซะที

ง่ายที่จะ...คิดกับคนอื่นในแง่ร้าย
ยากที่จะ...ให้โอกาส และคิดว่าเขาอาจจะไม่เป็นเช่นที่เราคิด

ง่ายที่จะ...รับ
ยากที่จะ...ให้

ง่ายที่จะ...รักษาความเป็นเพื่อนด้วยคำพูด
ยากที่จะ...ทำตามความหมายของคำว่าเพื่อน


Blog EntryJul 28, '07 3:36 PM
for everyone

เคยไหมแม้ว่าจะมีคนมากมายอยู่รอบข้าง แต่ก็คุณก็ยังรู้สึกเหงาเหมือนอยู่คนเดียวตลอดเวลา เมื่อคุณดีใจ เศร้า หรือร้องไห้ แล้วคุณอยากจะคุยกับใครสักคน แต่เมื่อคุณยกโทรศัพท์ขึ้นมา กลับไม่รู้ว่าจะโทรหาใคร


Blog EntryJul 28, '07 2:33 PM
for everyone

ถ้าท่านผู้ใด ได้เข้ามาอ่านเห็นว่าตรงไหนผิด แล้วช่วยแก้ จะเป็นประคุณยิ่ง ขอบคุณมากค่ะ

Ayutthaya was founded as the capital of Thailand in 1350 A.D. by King U Thong (or King Ramathibodi I, after coronation). It served as a capital for 417 year until 1767 A.D. when it was occupied by the Burmese During this period, the Thai people were exposed to the concept of divine kingship which was derived from India. This concept had a lot of influence on the ruling practices of Thai kings. Brahmatic ritual ceremonies also played an important role, particularly at royal events. Upon coronation, for example, the Ayutthaya kings would be given a name after a Hindu god. The name of King Ramathibodi was derived from Rama, the god Vishnu’s reincarnation and the hero of the Indian epic.

Thai kings were placed above common people by elaborate court etiquette, royal language and ceremonies which usually combined Buddhist and Brahmatic rituals. The kings were thought to be uniquely sacred Commoners were prohibited to look upon them. They were not allowed to touch them or to refer to them without proper address. As sovereign of the country, the kings had to be versatile; they were warrior , scholars , administrators and innovators. Ayutthaya kings, thought to be divine, did many things for the benefit of the Thai people and successfully drove the country to become the must powerful country in this region during that time


Blog EntryJun 22, '07 5:16 PM
for everyone

        Early in the thirteenth century ,the Thai Lived in different city - states, for example, Sukhothai, Lanna and Phayao. Northrn city - states such as these did not form a kingdom. Despite their limited armed forces, each remained autonomous. The concept of a nation-state was somewhat alien to the Thai people at the time. In 1238 A.D., Khun Bang Klang Hao and Khun Pha Muang, two prominent Thai chieftains , founded thefirs Thai kingdom, know as Sukhothai. The term “Sukhothai” mean the dawn of happiness. It singnifies the fact that the Thai people could finally establish their own kingdom, sometime which brought them great happiness. Sukhothai is also the name of the capital  which was situated on the banks of the Yom River , about 375 kilometers north of Bangkok, the present capital. The Sukhothai Kingdom was very  prosperous and civilzed. The art of Sukhothai reflected the Thai people’s peaceful way of life

        บ้าจังเลย  เนื้อหาก็มีอยู่แค่นี้ ท่องให้เพื่อนฟังได้ไม่มีปัญหา เวลาจริงดันพูดหน้าชั้นเรียนไม่ คะแนนไม่ดีเลย เจ็บใจ ๆ ๆ ไอ้โรคไม่กล้าพูดหน้าชั้นเรียนเนี่ย ไม่ไรจะหมดไปซะทีนะ คราวหน้าเอาให้ ต้องทำให้ได้..... "Sakae Krang" คราวหน้าเจอกัน หึ


Blog EntryJun 21, '07 8:19 AM
for everyone
九寨沟

ประวัติความเป็นมา

จิ่วไจ่โก ได้ถูกค้นพบเมื่อ ปีพ.ศ.2513 โดยบริเวณนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชนชาติทิเบต 9 หมู่บ้าน จึงเป็นที่มาของชื่อ จิ่วไจ้โกว ซึ่งในภาษาจีน จิ่วไจ้โกว แปลว่า แควเก้าหมู่บ้าน (แปลว่า เก้า, แปลว่า หมู่บ้าน, แปลว่า แคว) และชาวทิเบตได้เรียกขานจิ่วไจ้โกวว่า ขุนเขาธารน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นขุนเขา ป่าไม้ ลำน้ำ หรือหินทุกก้อน ล้วนได้รับการเคารพจากชนเผ่าพื้นเมืองชาวทิเบต ปัจจุบันผืนป่าโบราณอันอุดมแห่งนี้จึงยังคงได้รับการรักษาไว้เป็นอย่างดี ดังนั้น ในปีพ.ศ.2521 จิ่วไจ้โกว ได้รับการประกาศให้เป็นเขตป่าสงวน ปีพ.ศ.2527 ได้รับการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ และปีพ.ศ.2533 องค์การยูเนสโกได้ประกาศรับรองเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ

การจัดการระบบต่าง ๆ ในจิ่วไจ้โกว รัฐบาลจีนได้กำหนดเกณฑ์ต่าง ๆ ขึ้นมามากมายซึ่งเป็นผลต่อดีต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นการอำนวยความสะดวกต่อนักท่องเที่ยว เช่น

1. การกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวัน ไม่เกิน 2000 คน การใช้รถไฟฟ้าที่ปราศจากมลพิษของควันท่อไอเสียวิ่งวนบริการรับนักท่องเที่ยวตามจุดต่าง ๆ ซึ่งมีปริมาณมากถึง 200 คัน

2. ห้องน้ำที่ไม่ใช้น้ำและไม่มีการระบายของเสียออกมาสู่ธรรมชาติเนื่องจากเป็นระบบปิด พนักงานเก็บขยะทำความสะอาด และรักษาสิ่งแวดล้อมที่มีมากมายราวหนึ่งพันคน

3. การกำหนดเส้นทางเดิน ที่สะดวกและปลอดภัยซึ่งเส้นทางเดินเหล่านี้จะเป็นสะพานไม้ที่บุพื้นด้วยตะแกรงลวดกันลื่นให้นักท่องเที่ยวได้เดินกัน โดยที่นักท่องเที่ยวจะได้ไม่ต้องเดินลงไปเหยียบย่ำ ทำลายกล้าไม้หญ้ามอสและสิ่งมีชีวิตเล็กๆ

ความงามของน้ำในทะเลสาบของ จิ่วไจ้โกว ที่ใสราวกับกระจก จนเกิดเป็นตำนานเล่าขานกันของชาวพื้นเมืองที่เล่าสืบกันมาอีกหลายเรื่อง เช่น

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ได้เกิดปรากฎการณ์แผ่นดินไหว อย่างรุนแรง จนผืนดินที่อุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งกลายเป็นพื้นดินที่รกร้างว่างเปล่า เมื่อเทพธิดาซื่อโหมวรู้เข้า จึงคิดจะเนรมิตให้พื้นดินแห่งนั้น กลับมาอุดมสมบูรณ์ดังเดิม ต่อมาได้มีเทพบุตรรูปงามชื่อว่า ต้าเก้อ อาสามาช่วยเหลือ จนเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ความผูกพันของทั้งสองเกิดเป็นความรัก วันหนึ่งเทพบุตรต้าเก้อ ฝนกระจกบานใหญ่ให้เทพธิดาซื่อโหมวเป็นของกำนัล แต่ด้วยอำนาจแห่งปีศาจ ร้าย ซึ่งคอยกลั่นแกล้งทำให้กระจกบานนั้นหลุดลอยลงสู่พื้นโลก แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เกิดเป็นทะเลสาบน้ำใส บริสุทธิ์กระจายอยู่ทั่วหุบ เขาจิวจ้ายโกว นั่นคือ เรื่องราวตำนานความรักที่เล่าขานมายาวนาน ของดินแดนที่งดงามด้วยทะเลสาบใสบริสุทธิ์ ดินแดนที่ถูกเรียกขานว่า จิ่วไจ้โกว

หรือเทพบุตรองค์หนึ่งในสรวงสวรรค์เกิดหลงรักนางฟ้าองค์หนึ่ง
เทพบุตรองค์นี้ได้มอบของขวัญเพื่อแสดงถึงความรักที่มีต่อนางนางฟ้าชิ้นหนึ่ง
ของขวัญนั้นคือกระจกส่องฟ้า เมื่อเทพบุตรมอบกระจกส่องฟ้าให้แก่นางฟ้า และได้บอกความในใจให้นางฟ้าได้รับรู้ถึงความรักที่มีต่อนาง เนื่องจากความรักเป็นสิ่งต้องห้ามบนสรวงสวรรค์ นางฟ้าถึงกับตกใจและทำกระจกหล่นแตก เศษกระจกส่องฟ้าทั้ง 144 ชิ้นต่างร่วงหล่นหลงมาสู่พื้นโลก จนเกิดเป็นทะเลสาบที่แสนงดงามทั้ง 144 แห่ง ในบริเวณหุบเขาจิ่วไจ้โกวนั่นเอง


 

สถานที่ตั้ง

จิ่วไจ้โกว ตั้งอยู่ในอำเภอหนันผิงเขตปกครองตนเองของเผ่าเชียงชนชาติทิเบตทางตอนเหนือของมณฑลซื่อชวนหรือเสฉวน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในบริเวณตอนใต้ของเทือกเขาหมิงซาน อยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองเฉิงตูราว 500 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 10 ชั่วโมง จากเฉิงตูจึงจะถึงเนื่องจากเป็นทางคดเคี้ยวและไต่ระดับลัดเลาะไปตามเทือกเขา ภาคตะวันตกของจีน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 720 ตารางกิโลเมตร โดยมีพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 643 ตารางกิโลเมตร ระดับน้ำทะเล 2,000 - 4,760 เมตร เขตเปิดให้สาธารณชนท่องเที่ยว 55 ตารางกิโลเมตร ระดับน้ำทะเล 2,000 - 3,100 เมตร มี สัตว์ป่าอนุรักษ์ 2,576 ชนิด

 

การเดินทาง

1. เดินทางโดยเครื่องบินลงที่สนามบินนานาชาติเฉิงตู จากนั้นนั่งรถโดยสารทางไกลไปจิวไจ้โกว โดยใช้เวลา 1 วัน มีรถบัสออกจากเฉิงตู สามารถขึ้นรถได้ 2 แห่ง คือ

สถานีขนส่งเฉิงตูประตูทิศใต้(สายใหม่) ทุกวันเวลาเช้า 08.00 น. ถึงจิวไจ้โกวราว 5 โมงเย็น ราคาตั๋ว 95 หยวน

สถานีรถประตูทิศตะวันตก ที่ถนนหยิงเหมินโข่ว มีรถโดยสารระยะทางไกลเดินทางไปจิวไจ้โกว ตลอดฤดูกาล รถออกเวลา 07.30 น. เช้า (มีบริการรถนอน ออกเย็นถึงจิวไจ้โกวเช้า) ราคาตั๋ว 87 หยวน ทั้งนี้เส้นทางรถอาจทำให้นักท่องเที่ยวเหน็ดเหนื่อยอย่างมาก และอาจไม่สะดวกสำหรับท่านที่เมารถง่าย เพราะใช้เวลาเดินทางมากกว่า 10 ชม. และเป็นทางขึ้นเขาโดยเฉพาะในฤดูฝนเส้นทางอันตราย (ราคาตั๋วอาจรวมค่าประกันชีวิต) หากท่านเดินทางออกจากเมืองเล่อซันสามารถนั่งรถบัสไปจิ่วไจ้โกวได้ ทุกวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ รถออกเวลา 08.30 น.

2. นั่งเครื่องบินจากเฉิงตูไปจิวไจ้โกว ทุกวันเที่ยวเช้าหรือบ่าย (ตารางเวลาไม่แน่นอน) เป็นเส้นทางที่สะดวกและรวดเร็ว สามารถสอบถามและจองตั๋วได้ตามออฟฟิศจำหน่ายตั๋วที่สนามบินเฉิงตู จากเฉิงตูไปยังสนามบินจิวไจ้โกวหวงหลงใช้เวลาบินเพียง 40 นาที สนามบินนี้อยู่ห่างจากอุทยานฯจิวไจ้โกวเพียง 88 กิโลเมตร

ข้อควรระวัง : เนื่องจากสนามบินจิวไจ้โกวมีความสูง 3,400 เมตร หากเกิดอาการแพ้ที่สูง (จะมีอาการวิงเวียน คลื่นไส้ ใจเต้นถี่ ปวดศรีษะ เหนื่อยง่าย) ให้พยายามนั่งนิ่ง ๆ หรือเคลื่อนไหวช้า ๆ อย่ายกของหนัก และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สนามบินอย่างเคร่งครัด

 

การเดินทางภายในอุทยานแห่งชาติจิวไจ้โกว

ห้ามนำรถยนต์ทุกชนิดเข้าในเขตอุทยานฯ อนุญาตให้นักท่องเที่ยวใช้รถเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ทางอุทยานฯจัดให้บริการเท่านั้น

ราคาตั๋ว (ราคาเมื่อ มีนาคม 2004)

พฤษภาคม - มิถุนายน 78 หยวน/คน  

กรกฎาคม - ตุลาคม 88 หยวน/คน  

พฤศจิกายน-เมษายน 68 หยวน/คน

ให้บริการเที่ยวชมใน 3 เขต ได้แก่

1. ปากทางอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว - นั่วยื่อหลัง ระยะทาง 14.5 กิโลเมตร

2. เส้นทางจากนั่วยื่อหลัง - ฉางไห่ ระยะทาง 18 กิโลเมตร

3. เส้นทางจากนั่วยื่อหลัง - ป่าดึกดำบรรพ์ ระยะทาง 18 กิโลเมตร

ทั้งสามเส้นทางสามารถขึ้น - ลงรถได้ที่ป้ายรถ 22 จุด

 

ราคาบัตรผ่านประตู

ฤดูท่องเที่ยว 1 เมษายน - 15 พฤศจิกายน ราคา 220 หยวน ส่วนระหว่าง 16 พฤศจิกายน - ปลายเดือนมีนาคม ราคา 80 หยวน ( ราคาปรับใหม่เมื่อ 1 กรกฎาคม 2548 ) นักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าไปเที่ยวในอุทยานฯจิ่วไจ้โกว มากกว่าหนึ่งครั้งขึ้นไปต้องทำเรื่องล่วงหน้า ณ จุดจำหน่ายตั๋ว

 

ที่พักบนจิ่วไจ้โกว

มีโรงแรมที่พักทุกระดับ และที่พักราคาถูกของผู้ประกอบการชาวทิเบตในพื้นที่ ราคาเฉลี่ย 40 - 50 หยวน/คน/คืน

 

จุดท่องเที่ยวภายในจิ่วไจ้โกว

แบ่งออกเป็น 5 เขตใหญ่ คือ

1. เขตทิวทัศน์หน้าผาเป่าจิ้งหยา เป็นจุดท่องเที่ยวทางตอนล่างของธารน้ำซู่เจิ้งโกว แหล่งท่องเที่ยวสำคัญได้แก่ วัด(ทิเบต) จาหยูซื่อ น้ำตกเผินจิ่งทัน ทะเลสาบหลูเหวยไห่  

 

2. เขตทิวทัศน์ซู่เจิ้ง บริเวณตอนบนของธารน้ำซู่เจิ้งโกว ได้แก่ ทะเลสาบดอกไม้เพลิง (หั่วฮัวไห่) ทะเลสาบมังกรหลับใหล (ว่อหลงไห่ ) ทะเลสาบซู่เจิ้งฉวิน น้ำตกซู่เจิ้ง ทะเลสาบเสือ(เหลาหูไห่) ทะเลสาบแรด (ซีหนิวไห่)

 

 

3. เขตทิวทัศน์ยื่อเจ๋อ กินเนื้อที่ของทิวทัศน์ตอนล่างของธารน้ำยื่อเจ๋อโกว ได้แก่ น้ำตกนั่วยื่อหลัง ทะเลสาบยื่อเจ๋อฉวิน ทะเลสาบกระจก(จิ้งไห่) น้ำตกไข่มุก(เจินจูทัน) ทะเลสาบดอกไม้ทั้งห้า(อู่ฮัวไห่) น้ำตกและทะเลสาบแพนด้า(สงเมาไห่) เขตนี้เป็นทิวทัศน์ที่เป็นไฮไลท์ของอุทยานแห่งชาติ จิ่วไจ้โกว

 

 

 4. เขตทิวทัศน์ทางนิเวศวิทยาป่าดึกดำบรรพ์ บริเวณตอนบนของธารน้ำยื่อเจ๋อโกว ได้แก่ ทิวทัศน์ทะเลสาบห่านฟ้า(เทียนเอ๋อไห่) ทะเลสาบหญ้า(เฉาไห่) และป่าดึกดำบรรพ์

 

 

5. เขตทิวทัศน์ทะเลสาบฉางไห่ บริเวณตอนล่างของธารน้ำ (เจ๋อฉาวาโกว) ได้แก่ บริเวณที่เป็นทะเลสาบฉางไห่ สระห้าสี(อู่เส้อฉือ) ทะเลสาบฤดูกาล(จี้เจี๋ยไห่) ทั้งสามตอน

 

คำแนะนำในการท่องเที่ยว

1. ควรศึกษาเส้นทางจากแผนที่ที่ได้รับเมื่อซื้อตั๋วเสียก่อน ควรจะขึ้นไปบนจุดสูงสุดก่อนแล้วค่อยนั่งรถหรือเดินลงมาชมจุดอื่น ๆ ด้านล่าง และเมื่อลงมาถึงจุดกลางระหว่างทางแยกค่อยย้อนกลับขึ้นไปเที่ยวด้านบนอีกด้านหนึ่ง แล้วค่อยนั่งรถกลับลงมาจุดกึ่งกลางและเดินลงมาเที่ยวด้านล่างสุดในภายหลัง

2. ในช่วงเวลาของฤดูใบไม้ร่วงระหว่าเดือนกันยายนและตุลาคมนั้น ที่อุทยานฯจิ่วไจ้โกวจะมีอากาศเย็น ควรหาเสื้อเจ็คเก็ตหรือเสื้อไหมพรมบาง ๆ ติดตัวมาด้วย

3. ในอุทยานฯจิ่วไจ้โกว จะมีจุดบริการขายอาหารและเครื่องดื่มเพียงจุดเดียว ดังนั้นถ้าต้องการเอาอาหารกลางวันไปทานเอง ควรเตรียมซื้อหามาจากด้านนอก

4. การเดินเที่ยวชมในอุทยานฯจิ่วไจ้โกว ให้ทั่วบริเวณอาจจะใช้เวลาอย่างน้อยสองวัน แต่การมาเที่ยวกับกรุ๊ปทัวร์โดยส่วนมากแล้วจะมีเวลาเพียงครึ่งวันกว่า ๆ เท่านั้นเอง หรืออย่างมากก้อให้เวลาเพียงหนึ่งวันเท่านั้น ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอสำหรับคนรักธรรมชาติ ถ้าต้องการเวลามากหน่อยก็สามารถหาทัวร์ที่สามารถจัดที่พักภายในอุทยานฯซึ่งภายในจะมีหมู่บ้านของชาวธิเบตที่เปิดเป็นที่พักและร้านอาหารไว้คอยบริการ

แต่สำหรับผู้ที่มีเวลาเพียงวันเดียว อยากจะแนะนำว่าไม่ต้องไปทานอาหารเที่ยงร่วมกับคณะ ให้จัดเตรียมขนมอาหารว่างไปทานเองจะเป็นการประหยัดเวลามาก เพราะจุดที่กรุ๊ปทัวร์จัดให้ทานอาหารเที่ยงจะเสียเวลาในการรอและทานนานมาก

5. อุทยานฯจิ่วไจ้โกว  จะมีบริการแต่ชุดทิเบตถ่ายรูป 5 หยวน/คน ควรจ่ายหลังจาก ถ่ายภาพเสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วควรจะเตรียมเงินให้พอกับราคาค่าถ่ายภาพ เพราะมิฉะนั้นแล้วคุณจะไม่ได้รับเงินทอน อันบอกได้เพราะโดนมาละ โคตรกวนเลย ตอนก่อนแต่ง ตกลงราคากันแล้วนะ พอจ่ายมันไม่ทอน อย่างเครืองเลย

 

 

6. ข้อนี้สำคัญที่สุด "ระวัง! โดนผลัก" ค่ะอ่านไม่ผิดหรอก "ระวัง! โดนผลัก" คนจีนนิสัยแย่มาก ไม่เหมือนคนไทย ถ้ามีคนถ่ายรูปอยู่เราจะรอคิว หรือจะพูดเพาะ ๆ ว่า "ขอโทษค่ะ ขอถ่ายรูปหน่อยนะค่ะ" อะไรประมาณนี้ แต่ที่นั่นไม่นะ ผลักเลย ฉันจะถ่ายรูป ใครจะทำไม อันก็พูดได้อีกเพราะว่าโดนมาแล้วเหมือนกัน เห็นตัวอ้วน ๆ ใหญ่ ๆ อย่างนี้ก็ปริวมาแล้วนะจ๊ะ กระเด็นไปชนต้นไม่เลย เขียวช้ำกับไปให้ม้าดูเลย ฮือ ๆ ๆ คนจีนใจร้าย


1.      เกิดปี(ใจ) (ชวด) หนู                            จุพระธาตุเจ้าศรีจอมทอง

2.      เกิดปี(ฉลู) วัว                                      จุพระธาตุลำปางหลวง

3.      เกิดปี(ขาล) เสือ                                   จุพระธาตุเจ้าช่อแฮ (แพร่)

4.      เกิดปี(เหม้า) (เถาะ) กระต่าย                จุพระธาตุแช่แห้ง (น่าน)

5.      เกิดปี(มะโรง) สีงูใหญ่                         จุพระธาตุพระสิงห์ (เชียงใหม่)

6.      เกิดปี(มะเส็ง) งูน้อย                             จุพระธาตุพระพุทธเจ้าตรัสรู้

                                                                  (ประเทศอินเดีย)

7.      เกิดปี(สง้า) (มะเมีย) ม้า                        จุพระธาตุตะโก้ง (พม่า)

8.      เกิดปี(เม็ด) (มะแม) แพะ                      จุพระธาตุดอยสุเทพ (เชียงใหม่)

9.      เกิดปี(สัน) (วอก) ลิง                            จุพระธาตุนครพนม

10.  เกิดปี(เล้า) (ระกา) ไก่                          จุพระธาตุหริภุญชัย (ลำพูน)

11.  เกิดปี(เส็ด) (จอ) สุนัข                          จุพระเกตุแก้วจุฬามณี

                                                                  (สวรรค์ชั้นดาวดึงส์)

12.  เกิดปี(ไก้) (กุน)                                    จุพระธาตุดอยตุง (เชียงราย)


ได้รับข้อความนี้จากพี่สาวเมื่อกี้นี้เอง

อ่านแล้วชอบแฮะ เลยเอามาลง

เผื่อใครจะหลงมาอ่านบ้าง

1. โต๊ะยุ่งเหยิง วุ่นวาย บนโต๊ะจะสุมไว้ด้วยกองนิตยสาร เศษกระดาษ บันทึกเก่า ๆ กระจัดกระจายทุกซอกทุกมุม แม้จะรกแค่ไหนแต่คุณก็รู้ว่าของที่คุณต้องการอยู่ที่ไหน แต่ถ้าเพื่อนร่วมงานของคุณจะนำ โน๊ตหรือเอกสารมาวางไว้ให้ พวกเขาอาจจะวางไว้บนเก้าอี้แทน เพราะกลัวว่าคุณจะไม่เห็นมัน โต๊ะทำงานบอกให้รู้ว่า คุณเป็นพวกไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับคุณ เป็นคนที่ทำอะไรรวดเร็ว แต่ไม่รอบคอบและอาจทำให้คุณดูขาดความน่าเชื่อถือในสายตาของผู้อื่น แม้ว่าเขาจะยอมรับว่าคุณเป็นคนที่พลังความคิดสร้างสรรค์ก็ตาม ยังไง ๆ ก็ หาตะกร้าหรือแฟ้มสำหรับจัดเอกสาร ต่าง ๆ ให้เข้าที่เข้าทางบ้างเถอะค่ะ อย่างน้อยก็ช่วยลดเวลาในการหาของ ส่วนข้าวของ เครื่องใช้หรือเอกสารเก่า ๆ ที่ไม่ใช้แล้ว ก็หาทางกำจัดมันเสียบ้าง แค่นี้คุณก็ดูเป็นมืออาชีพขึ้น แล้วล่ะค่ะ

2. โต๊ะเรียบเนี๊ยบกริบ สิ่งของหรือเอกสารที่จำเป็นเท่านั้นที่จะอยู่บนโต๊ะ ส่วนเอกสารอื่นที่ยังไม่จำเป็นต้องใช้ จะจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ บางรายเนี๊ยบแม้กระทั่งข้าวของเครื่องใช้ทุกชิ้น จะมีการทำความสะอาดให้ดูใหม่เอี่ยมอยู่ตลอดเวลา โต๊ะของคุณบอกให้รู้ว่าคุณเป็นคนที่จริงจังกับชีวิต รักความมีระเบียบวินัย ผ่านการอบรมมาอย่างเข้มงวดชอบออกค่ำสั่ง แต่จะเป็นคนที่ เข้ากับคนอื่นได้ยาก และขาดอารมณ์ขันลองนำรูปครอบครัว หรือรูปภาพสวย ๆ มีสีสัน สดใส ดูแล้วสบายตามาติดไว้บ้าง เพื่อช่วยเติม ความอบอุ่นให้กับบุคคลิกของคุณ จะทำให้คนอื่นกล้าเข้าหาคุณมากขึ้น

3. โต๊ะศิลปิน ดูเหมือนจะเรียบ แต่ก็ไม่เรียบเสียทีเดียว อาจจะมีเครื่องตกแต่งที่ดูมีดีไซน์ เป็นของเก๋ ๆ  แปลกตา และไม่ซ้ำแบบใคร โต๊ะของคุณบอกให้รู้ว่า คุณเป็นคนช่างฝัน มีจินตนาการ ไม่ชอบอะไรพื้น ๆ ดูเผินๆ อาจเหมือนคนที่ชอบสังสรรค์ แต่ก็จะเลือกคบหากับผู้คนที่มี รสนิยมเริ่ด ๆ พอกันเพื่อให้คนอื่น ๆ ที่มีรสนิยมธรรมดา ๆ
กล้าเข้าหาคุณมากขึ้น ลองหาเครื่องใช้ที่เหมือน ๆ คนอื่นใช้ มาปะปนกันบ้าง คงไม่ทำให้คุณเสียรสนิยมลงไปหรอกค่ะ แต่จะทำให้คุณมีเพื่อนหลากหลายขึ้น

4. โต๊ะหวานแหววและขี้เล่นโต๊ะทำงานที่นอกจากจะมีข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นแล้ว ยังมีของใช้กระจุกกระจิกวางไว้ บนโต๊ะ เช่น ขวดโหลใส่ท๊อฟฟี่ สีสวย ๆ รูปการ์ตูนหมีพู น่ารักน่าเอ็นดูของใช้แต่ละชิ้น อาจมีลวดลายเก๋ ๆ สีหวาน เข้าชุดกันและอาจจะมีกลอนหวาน ๆ สุภาษิตคำคม เกี่ยว กับชีวิต การมองโลก ความรักติดไว้ที่บอรด์หมีพูของคุณ ว่ากันว่าเจ้าของโต๊ะทำงานแบบนี้มีนิสัยแบบเด็ก ๆ บางครั้งอาจจะเอาแต่ใจตัวเอง หรือดื้อรั้นไม่มีเหตุผล ทำให้คุณดูไม่เป็น มืออาชีพเท่าที่ควร ลองหาหนังสือวิชาการ บทความ บทวิเคราะห์ หรือข่าวสารน่าสนใจที่ ตัดมาจากหนังสือพิมพ์มาติดที่บอร์ของคุณบ้าง เพื่อแสดงให้คนอื่นรู้ว่า คุณก็จริงจังเป็น เหมือนกัน


Blog EntryMay 30, '07 9:53 AM
for everyone

วันนี้นอนไม่หลับ หันซ้ายหันขวา ไม่รู้จะทำไงดี

เลยไปเอาหนังสือเก่า ๆ มาอ่าน

แล้วก็เจอประโยค ๆ นี้

"เวลารู้ว่าใครบางคนรักคุณมาก ก็ใช่ว่าคุณจะสามารถถือเอาความรักนั้นเป็นของตายตลอดไปได้ ถ้าคุณไม่ให้เกียรติความรักนั้น เจ้าของเขาจะเอาคืน"

อ่านแล้วรู้สึกดีจังเลย หุหุ


Blog EntryMay 26, '07 12:35 PM
for everyone

เพราะว่าความบ้าอ่านนิยายของตัวเอง ถึงทำให้รู้ได้รู้จักกับเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ หลาย ๆ คนที่น่ารักมั้กจากโลกไซเบอร์แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น พี่สาว พี่ยิ้ม พี่เอ(ฟินนิสซ์) พี่ชามี พี่อัง(พิมลพันธ์) หนูน้ำ ภา(ภีร์ธา) พี่อร พี่แพร พี่วรรณ  พี่มิ้งค์(mimijung) พี่มณชยาภา   พี่เอ๋(ไลแลต) พี่เมเม่ พี่เปิ้ล(แมกไม้) น้องออย น้องอุ๋ม โอ๋ แอน เฟิร์น เดือน และอีกหลาย ๆ คนที่ไม่ได้กล่าวถึง ต้องขอโทษด้วยจริงเพราะเยอะมั้กเลยมาได้เท่านี้ เท่านั้นยังไม่พอนะ ยังได้รู้จักเพื่อน ๆ ของ นักเขียนอีกต่อด้วยละ แต่ละคนน่ารักทั้งนั้น เหมือนกับมีครอบครัวใหญ่ ๆ เลย หุหุ

นอกจากจะได้อ่าน ผลงานการสร้างสรรค์ที่มีคุณค่า ก็ยังได้มิตรภาพที่ดีงาม อยากบอกว่าขอขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ที่ทำให้เราได้รู้จักกัน ทั้งที่ในโลกใบนี้มีคนตั้งหลายล้านคน แต่เรายังก็ได้รู้จักกัน ขอบคุณจริง ๆ

เรื่องมหัศจรรย์ ของ โซฟา

...บนโลกนี้มีคนเป็นล้านคน ทุกคนมีเป็นล้านใจ ฉันก็ไม่ใช่ใครก็แค่คนหนึ่ง

โลกเราดูช่างกว้างใหญ่ ท้องฟ้าดูช้ากว้างไกล เธอแปลกใจบ้างไหม

มันเป็นเรื่องบังเอิญหรือตั้งใจ มันเกิดขึ้นจริง ๆ หรือฝันไป

การที่เรานั้นได้เจอกันที่บนโลกนี้ ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรแต่หมดทั้งหัวใจที่ฉันมี

...ฉันเชื่อว่าสิ่งนี้... คือเรื่องมหัศจรรย์ ที่เราได้พบกัน

คือเรื่องมหัศจรรย์ ที่ฉันได้รักเธอ คือเรื่องมหัศกรรย์ที่สุด

ที่ฉันเคยได้เจอ โว...ฉัน...ฮืม...คือเรื่องมหัศจรรย์...


พี่สาวจ้า หนูเอาการบ้านมาส่งแล้วนะจ๊ะ

ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้ส่งตั้วแต่เมื่อคืน

เพราะว่าแบ๊ตกล้องหมดอะ ลืมชาร์ต

ที่ชอบเสื้อตัวนี้ เพราะเป็นเสื้อ 2006 Bangkok

WTF Word Cup

Tea Kwon Do Team

Championships

มีคนเก่งระดับโลกมารวมตัวกันเต็มไปหมด แล้วไม่รู้ว่าอีกกี่ปีจะ วนกลับมาจัดที่ประเทศไทยของเราอีก

 

ตัวนี้เป็นเสื้อ ราชพฤกษ์เกมส์ กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย

ครั้งที่ 34

ลายน่ารัก ใส่สบาย ราคาถูกมั้ก 99 บาทเอง และที่สำคัญ เป็นกีฬามหาวิทยาลัยครั้งแรกที่

ม.ราชภัฏนครสวรรค์ ได้เหรียญเงิน จากเทคควันโด โดยที่ไม่มีใครคิดว่าจะทำได้ แล้วแพ้ตัวทีมชาติด้วยนะพี่สาว น่าปลื้มมะละ

เสื้อตัวสุดท้าย เป็นเสื้อแขนยาว หุหุ ตัวนี้ชอบที่สุด

ปกติหนูเป็นคนที่หาเสื้อใส่ยากมั้ก เพราะอ้วน

แต่ตัวนี้ใส่พอดีเลย แบบสีก็โดนใจ

หนาวก็ใส่ดี ร้อนก็ใส่ได้

แบบว่าโดน

พี่สาวจ้าาาาา หนูส่งครบสามตัวแล้วนะ


ประกาศ
ประกาศ!

ได้เกมส์นี้มาจากเพื่อนอีกที่ ตอนแรกก็ตอบคำถามจากนั้นก็ส่งกลับ แล้วก็ส่งต่อเฉย ๆ ไม่ได้คิดอะไร แต่พอมีคนส่งกลับมาก็รู้สึกดีเหมือนกันนะ

เลยอยากให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ใน Multiply ลองเล่นกันบ้าง ดังนั้น

"ขอความกรุณาตอบคำถามบางข้อให้เหมาะกับคุณนะจ๊ะ
เรื่องของเรื่องก็คือ คุณจะได้เรียนรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเพื่อนคุณมากขึ้นหลังจากนี้เชื่อเถอะ เชื่อเถอะว่าทั้งสนุกและ ง่าย จริง ๆ นะจ๊ะ"

1.คุณชื่ออะไร = กวางจ๊ะ

2.มีสัตว์เลี้ยงกี่ตัว ชื่ออะไรบ้าง =  ไม่มีจ๊ะ

3.ตอนนี้คุณมีเงินอยู่ในกระเป๋ากี่เท่าไหร่ = 320 บาท

4.วันนี้ตื่นกี่โมง = ทุ่มครึ่ง

5.ตัวหนังสือ A-Z ชอบตัวไหนมากที่สุด = T เพราะเป็นตัวแรกชองชื่อตัวเองอะ

6.คุณเกิดวันที่เท่าไหร่ = 4 พฤศจิกายน

7.อายุเท่าไหร่แล้ว = 21 ปีจ้า

8.ของขวัญวันเกิดปีนี้อยากได้อะไร = เรียนต่อ

9.วันนี้กินข้าวกะอาราย = ต้มเกี่ยมฉ่ายหมูสับ , กระเฉดไฟแดง , ยำไข่เค็ม

10.อนาคตอยากเป็นอะไร = เจ้าของอพาตเม้น ชั้นล่างมี คอฟฟี่ช็อป เครื่องซักหยอดเหรียญ แล้วก็ร้านเน็ต (เสือนอนกิน หึหึ)

11.เลข1-100 คุณชอบเลขตัวไหน = 5 เพรามัน 55555…..

12.ชอบกินอะไร = ไข่

13.คุณชอบพูดภาษาอะไร เมื่ออยู่ประเทศไทย = ไทย จีนบ้าง บางครั้งเวลานินทาคนอื่น หุหุ

14.สูงเท่าไหร่ =  167

15.สีอะไรที่ คุณชอบที่สุด = น้ำเงิน ฟ้า

16.บ้านคุณอยู่ที่ไหน = นครสวรรค์

17.รายการ วิทยุ หรือ เพลงที่กำลังฟังอยู่ตอนนี้ = รู้ตัวช้า

18.นิสัยของคุณ เป็นยังไง = โกรธง่ายหายเร็ว ถ้ามีเรื่องไม่เข้าใจอะไรกันต้องคุยให้รู้เรื่อง

19.การ์ตูนเรื่องโปรดของคุณ = วันพีช , นารุโตะ

20.คุณให้ความสำคัญกับเพื่อนหรือแฟนมากกว่ากัน = เพื่อน

21.จากข้อ20 ทำไมคุณถึงคิดอย่างนั้น = ยังไม่เคยมีแฟน

22.คุณกำลังร้องเพลงอยู่รึป่าว = ไม่นะ

23.ธนบัตรอะไรที่คุณชอบ มากกว่ากัน ระหว่างธนบัตรใบละ 100 กับธนบัตรใบละ 500 = 500 ดิ ค่ามันเยอะกว่าเห็น ๆ หุหุ

24. คุณผมสั้น หรือผมยาว = ยาว เพราะอยู่ช่วงแก้บ่น ยังตัดไม่ได้

25.คุณมีผมสีอาราย = ดำปี๊

26.มาม่า กับไวไว ชอบ อันไหน = มาม่า เพราะเส้นมันนุ่มกว่า

27.ชอบใส่เสื้อสีอะไร = สีดำ

28.ชอบฟัง เพลงแนวไหนมากที่สุด = ขึ้นอยู่กับว่าอารมณ์ไหน

29.อยากบอกรักใครรึป่าว? = ม้าไง

30.ตอนนี้มีคนที่ชอบอยู่รึป่าว = ไม่

31.ข้อดีของตัวเองคิดว่าคือ อะไร = จริงใจ

32.แล้ว ข้อเสียหล่ะ? = คิดมาก ร้องไหง่าย เป็นพวกอ่อนไหว

33.ถ้าคุณว่างมากมากคุณจะโทรไปหาใครเป็นคน แรก = คนที่ไม่ได้คุยกันนาน

34.คติประจำใจในการดำเนินชีวิต = ใช้ชีวิตให้คนอื่นอิจฉา

35.เรื่องอะไร ที่คุณคิดว่าน่าเจ็บใจที่สุด = ป๊า

36.ตอนนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่ = ซักผ้ามั้ง ข้อนี้ถามมาได้ ก็ต้องตอบคำถามอยู่ดิ

37.สิ่งที่อยากพูดมากที่สุด ตอนนี้ = เฮ้อออออ

38.กลัวความมืดไหม = ไม่

39.ทำไมคนเราหน้าตาดี แล้วต้องนิสัยอับปรี = เพราะมีแต่คนลุมล้อมและหลงใหล เลยทำให้คนหน้าตาดีมีอีโก้สูง

40.กลัวแมลงสาบป่าว = ไม่

41.เวลาว่าง คุณจะทำอะไร = อ่านนิยาย , การ์ตูน ฟังเพลง ดูหนัง

42.อยากแต่งงาน มั้ย = ถ้าเจอคนที่ใช่นะ

43.ถ้าพรุ่ง นี้เราต้องจากโลกนี้ไป จะทำอะไรเป็นสิ่งสุดท้าย = โทรหาทุกคนที่รู้จัก แล้วบอกว่า รักนะ (หุหุ เน่าดีมะ)

44.สิ่งที่คิดว่าเป็นข้อผิดพลาดที่สุดในชีวิต คือ = ชอบทำอะไรตามใจตัวเอง

45.รายการ ทีวีที่ชอบดูมากกที่สุด = เพลง

46.เรื่องอะไรที่คุณดีใจที่สุดในตอนนี้ = ไม่มี (ช่วงนี้กำลังโศก)

47.เพลงอะไรที่คุณชอบร้อง = Timeless

48.ตัวการ์ตูนชายที่คุณชอบมากที่สุด = ฮิวงะ เนจิ กับ กาฮาระ ( 55555 พวกคนมีปมเหมือนกันมั้ง)

49.สุนัขพันธุ์ไหนที่ชอบมากที่สุด = ไซบีเรียน

50.ชอบ ดูหนังมั้ย = ชอบมั้ก ถ้าประทับใจเรื่องไหนก็จะซื้อเก็บไว้ด้วย

51.แล้วชอบดูหนังแนวไหนล่ะ? = แล้วแต่อารมณ์

53.คุณขับรถเป็นรึป่าว = เป็นดิ

54.ตอนนี้คุณใส่แว่นอยู่มั้ย = ไม่อะจ๊ะ

56.เบื่อ รึยัง? = เบื่อมั้ก ไม่รู้คิดผิดคิดถูก ที่มานั่งตอบคำถามนี้

57.คุณใช้อินเตอร์เน็ต ของอาราย = MAX NET

58.เล่นเน็ต วันละกี่ชั่วโมง = ปิดเทอมครึ่งวัน เปิดเทอมสามชม.

59.นักร้องหญิงที่ชอบ = นึกไม่ออก ชอบไปเรื่อย ๆ ตามผลงาน

60.นักร้องชายล่ะ =  Super Junior

61.ใครส่งเมลล์นี้ให้คุณ = เพื่อน

62.แล้วจะส่งเมลล์นี้ให้ใครมั่งอ่ะ = เพื่อน

63.คุณอยากจะพูดอะไรกับ คนที่คุณจะส่งเมลล์นี้ไปให้ ไหม = เข้าใจคิดดีเน้อ

64.แล้วคุณคิดว่าจะมีคนตอบ เมลล์ที่คุณส่งไปให้ไหม = น่าจะนะ

65.เคยแอบรักเพื่อนตัวเองป่ะ = เคย

66.ถ้าเคยจะทำไง = ก็เฉย  ๆ ไม่เห็นจะต้องแสดงอะไรเลยนี่

67.แล้วถ้าเพื่อนบอกว่า''ชอบเธอ เหมือนกัน''จะทำยัง ไง = ก็บอกว่า เป็นเพื่อนกันนะดีแล้ว เป็นเพื่อนกันก็จะเป็นตลอดไป แต่ถ้ามากกว่านี้ เวลาเลิกกันก็กลายเป็นคนอื่น 

จะมีใครเล่นกับเราไหมนะ  คำถามเยอะด้วยอะ

แค่เห็นก็คงไม่อยากอ่านแล้วมั้ง

ขอร้องละจ๊ะ ช่วยเล่นกันหน่อยนะ

อุตสาห์เอามาลงละ เพื่อความสนุกนะจ๊ะ


ไอ้เพื่อนเวร ตั้งแต่ไปเป็นนาวิกฯนาน ๆ ที ถึงจะโทรหาเรา

โทรมาวันนี้ ไอ้เราก็นึกว่าจะมีเรื่องอะไร ที่ไหนได้.....

ไอ้ U : "เฮ้ย ทำไรอยู่เนี่ย?"

กวาง : "กำลังนอน มีไร?"

ไอ้ U : "วันนี้ วันไร?"

กวาง : "วันไร ถามทำไมวะ เดี๋ยวนะ ยี่สิบสาม  อ่าว วันนี้วันเกิดแกนี่หว่า

ไอ้ U : "เออ ต้องให้ทวงนะ"

กวาง : "ตอนนี้แกอยู่ไหนเนี่ย"

ไอ้ U : "อยู่ค่ายดิ"

กวาง : "เมื่อไรกลับคอนหวัน"

ไอ้ U : "ไม่รู้ดิ กลับเมื่อไรจะบอก แล้วแกก็ช่วยอยู่ด้วยละ

          เขากลับคอนหวันทีไร แกก็ไม่อยู่ทุกทีเลย

          เออแค่นี้ก่อนนะ ว่างแล้วจะโทรหา"

เอ้า ไอ้นี่ นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป  

เรื่องของเรื่องมันโทรมาทวงวันเกิด

แกทำให้เค้ารู้สึกผิดนะ รู้ตัวมะ

ลืมโทรไปหาเพื่อน ตอนวันเกิดเนี่ย

ไอ้บ้า ทำอย่างกับว่า จะติดต่อแกได้ง่าย ๆ อย่างนั้นแหละ

คราวที่แล้วก็โทรมา ขอให้เราไปหาที่ค่าย

ไอ้เราก็เสือกบ้าบอคอแตกตาม ไปหามันจริง ๆ

แล้วก็เจอ เจอเลยครับ เจอทหารเป็นกองร้อยมายืนจ้อง

ไม่เคยเห็นคนกันรึไง พระเจ้า!!! น่ากลัวชะมัด

เกิดมา ไม่เคยอายอะไรเท่านี้มาก่อน

สาบานได้ จะไม่มีคราวหน้าอีกแล้ว ขอร้องให้ตายก็ "ไม่"

แล้วที่ไปนี่ก็ไม่ได้เจอตัวมันด้วยนะ ออกไปฝึกนอกสถานที่

อะไร จะบังเอินปานนั้นวะ สรุปว่าไปทำไมกันเนี่ย

กับเพื่อนคนอื่นมันโทรทวงบ้างไหมวะนั่น

ทำไงดีเนี่ยตา แจ้งแล้วนะ จะนอนหลับไหมเนี่ย

คืนนี้ ก็ต้องทำงานอีกนะ ไอ้ U บ้าาาาา

เอะ ปีนี้มัน 22 ปี แล้วนี้หว่า รู้จักกันตั้งแต่ 4 ปี

โหหหหห 18 ปี แล้ว นานจัง

แต่แลเราสองคนจะยังอีกนนานวะ ไอ้เพื่อนรัก


ใกล้จบแล้ว

ต้องเก็บตังค์ ๆ ๆ ๆ ฉันเก็บตังค์ให้ได้

อย่าท้อ ท่องไว้ให้ขึ้นใจ

"ตะลุยตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ แอฟริกา"

แล้วจากนั้นก็ค่อย

"เรียนต่อ หุหุ"


ใครรู้บ้างจ๊ะว่า

แข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 29

ในปี 2008 ณ กรุงปักกิ่ง

มีเมื่อไรกันจ้า!!!

เปิดหาในเว็บตั้งหลายเว็บละ

มีแต่เรื่องเตรียมความพร้อม

อยากรู้ว่างานเริ่มตั้งแต่วันไหน

ถึงวันไหนมากกว่าอะจ๊ะ


Blog EntryMay 12, '07 9:55 PM
for everyone


ทุกความทรงจำของหนูตั้งแต่เด็กจนโตของหนูจะมีม้าอยู่ด้วยเสมอ ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขม้าจะเป็นคนที่อยู่ข้างกายหนูเสมอ ถึงหนูจะไปแข่งกีฬานานเป็นอาทิตย์ ไปต่างจังหวัดบ่อยขนาดไหน เราก็ยังมีกันตลอด โทรฯหากันตลอด แค่ได้ยินเสียงนิดเดียวไม่ต้องพูดอะไรมาก แค่โทรมาถามว่า "ตื่นแล้วนะ ม้า" "กินข้าวรึยัง ม้า" "จะนอนแล้วนะ ม้า" ม้าบอกว่าแค่นี้ก็ทำให้สุขใจ มีกำลังทำงานแล้ว

ม้าเป็นยอดคุณแม่ ยอมอดทนทุกอย่างเพื่อลูก คิดถึงลูกก่อนเสมอ ปกป้องลูกทุกอย่าง รักลูกด้วยความรักที่บริสุทธ์หาใดเปรียบ

เคยถามม้าว่า ป๊ามีเมียตัวเยอะเดียวก็มีเรื่อง ๆ อีกแล้ว ทำไม่เราไม่ไปอยู่กันสองคน เราอยู่กันได้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ทำไมจะต้องทนอยู่อย่างนี้ด้วย คำตอบที่กลับมาคือ "ม้าอยู่เพื่อหนูนะ เพราะม้าต้องการให้หนูมีป๊าม้า มีครอบครัวที่สมบูรณ์ ถึงทนอยู่ทุกวันนี้ ถึงแม้ว่าป๊าจะไปหาลูกเมียอื่นเรื่อย ๆ แต่ก็ได้เวลาป๊าแค่คนละนิดคนละหน่อยสุดท้ายเขาก็กลับบ้านมาหาเรา เป็นป๊าของหนู เป็นคนของเราถ้าขาดจากกันไปเลย หนูจะโหยหาป๊าอยู่ไหน ทำไมหนูมีไม่ครบเหมือนคนอื่น ทำไมหนูต้องมารู้สึกแบบนั้นด้วย ให้พวกลูกป๊าเขารู้สึกกันไปซิ" โอ้ว พระเจ้า ม้าหนูช่างลึกซึ้งนัก ยอมทำเพื่อหนู

เป็นกาวใจให้หนูกับป๊า ยามทะเลาะกัน เพราะต้องการให้ครอบครัวเป็นครอบครัว และไม่ต้องการให้หนูเป็นบาปที่ทะเลาะกับป๊า ถึงแม้จะไม่ได้ผลเท่าไร หุหุ เพราะหนูมันดื้อเกินไป เกินกว่าที่จะยอมรับป๊าได้ (รู้นะ ว่าไม่ดีแต่ก็ยังทำ นี่ก็ไม่พูดกับป๊ามาตั้งแต่วันที่หนึ่งละ หุหุ  )

เป็นที่ปรึกษาชั้นดีในการใช้ชีวิต ม้ามักมีทางออกดี ๆ เสมอ ๆ อย่างเช่น อย่าใช้ชีวิตโดยการตั้งคำถามว่า "ทำไม" กับตัวเอง "ทำไมชีวิตเราต้องเป็นแบบนี้นะ" เพราะถ้าทำอย่างนั้นชีวิตเราจะหาดีไม่ได้เลย ถ้าเรามั่วแต่มาอมทุกข์ คนที่แย่ก็คือตัวเราเอง แล้วก็เป็นที่ตัวตลกให้พวกนั้นหัวเราะ "จงใช้ชีวิต ให้คนอื่นอิจฉา นอกจากเราจะมีกำลังใจในการใช้ชีวิตแล้ว ยังได้ความซะใจที่พวกนั้นทำอะไรเราไม่ได้ คนที่เต้นจนอยู่ไม่ได้จะเป็นพวกนั้นเอง  55555" เออ จริงแฮะ สุดยอดเลยม้า

ม้าบอกว่าที่มีกำลังใจอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะหนู หนูมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะม้าเหมือนกันจ๊ะ ถ้าไม่มีม้าปานนี้หนูคงเตลิดไปไหนต่อไปแล้วมั้ง

เพลงของ ดัง พันกร เพลงนี้เหมาะกับม้าที่สุดเลย

เธอเป็นหญิงเดียวในดวงใจ

เก็บความรักฉันไว้ที่เธอ

ถ้าลมหายใจที่ฉันมีต้องให้ใคร เย้ ~ ~ ~

คน คนนั้นก็ต้องเป็นเธอ ~ ~ ~

 หนูรักม้าที่สุดในโลกเลยยยยย

รักม้านะ  

 


Pages:12